คอนเทนต์

จากขมิ้นชันในครัว...สู่ “นาโนขมิ้นชันกัมมี่” นวัตกรรมที่พาธุรกิจไทยก้าวไกลถึงตลาดโลก

"นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการคิดค้นสิ่งใหม่ทั้งหมด แต่อาจเริ่มจากการทำให้สิ่งที่มีอยู่แล้ว ‘ดีขึ้น’ จนสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้"

นี่คือแนวคิดที่สะท้อนเส้นทางของ คุณประสิทธิ์ คงผอม ผู้ประกอบการที่มองเห็นศักยภาพของสมุนไพรไทยอย่างขมิ้นชัน และเชื่อว่าหากผสานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เข้ากับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง สมุนไพรไทยก็สามารถก้าวสู่มาตรฐานระดับสากลได้ จากธุรกิจสมุนไพรที่มีอยู่เดิม เขาไม่ได้เลือกแข่งขันด้วยการขายวัตถุดิบแบบเดิม ๆ แต่เลือกตั้งคำถามว่า "จะทำอย่างไรให้สมุนไพรไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น" คำถามนั้นเอง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา นาโนขมิ้นชันกัมมี่ ผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนข้อจำกัดของสมุนไพรให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ

เมื่อปัญหาของขมิ้นชัน กลายเป็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรม

ขมิ้นชันได้รับการยอมรับจากงานวิจัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศว่า มีสารสำคัญที่ช่วยลดการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบทางเดินอาหารและระดับเซลล์ แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ร่างกายสามารถดูดซึมสารสำคัญจากขมิ้นชันไปใช้ได้จริงในปริมาณที่น้อยมาก

นั่นหมายความว่า แม้จะรับประทานขมิ้นชันในปริมาณมาก ก็ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะได้รับประโยชน์เต็มที่ อีกทั้งการบริโภคในปริมาณสูงต่อเนื่อง อาจเพิ่มภาระให้กับระบบย่อยอาหารและตับได้ 

แทนที่จะมองว่านี่เป็นข้อจำกัด คุณประสิทธิ์ กลับมองเห็น "โจทย์" ที่รอการแก้ไข

เขาจึงร่วมมือกับคณาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ คณะการแพทย์แผนไทย และคณะเภสัชศาสตร์ เพื่อพัฒนาสารสกัดขมิ้นชันให้อยู่ในรูปแบบ Nano-Curcumin หรืออนุภาคระดับนาโน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของร่างกายได้หลายเท่าตัว ทำให้ผู้บริโภคได้รับสารสำคัญอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องรับประทานในปริมาณมากเหมือนที่ผ่านมา

แต่การแก้ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องการดูดซึม

อีกอุปสรรคสำคัญของขมิ้นชัน คือรสชาติที่รับประทานยาก หลายคนรู้สึกเหมือนกำลังกินยา มากกว่าผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

คำตอบของทีมพัฒนาคือการเปลี่ยนรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้กลายเป็น กัมมี่ ที่สามารถปรับรสชาติและกลิ่นให้น่ารับประทานมากขึ้น ขณะเดียวกัน การเคี้ยวกัมมี่ยังช่วยให้สารสำคัญบางส่วนสามารถดูดซึมผ่านช่องปากและใต้ลิ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

จากสมุนไพรที่หลายคนคุ้นเคยในครัว จึงกลายเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและประสบการณ์ของผู้บริโภค ก่อนจะต่อยอดสู่การผลิตและวางจำหน่ายจริงภายใต้ โครงการ Halal Tech Spin-off

เมื่อผู้ประกอบการไม่ได้เดินลำพัง แม้จะมีสูตรที่ดีเพียงใด การนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดก็ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย โมเดลธุรกิจของคุณประสิทธิ์เน้นการเป็นเจ้าของสูตรและสารสกัด ขณะที่กระบวนการผลิตใช้โรงงาน OEM ทำให้การหาโรงงานที่สามารถผลิตกัมมี่ได้ตรงตามมาตรฐานที่ต้องการ รวมถึงการดำเนินการด้านเอกสารเพื่อขอมาตรฐานฮาลาล กลายเป็นอุปสรรคสำคัญของธุรกิจ ในช่วงเวลานั้น อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เข้ามาเป็นผู้ร่วมเดินทางที่ช่วยเปลี่ยนปัญหาให้กลายเป็นทางออก อุทยานวิทยาศาสตร์ได้ประสานผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานฮาลาลเข้ามาเป็นที่ปรึกษา ช่วยปรับกระบวนการของโรงงาน OEM ให้สามารถผลิตได้ตามข้อกำหนดที่จำเป็น จนผลิตภัณฑ์สามารถก้าวผ่านด่านสำคัญของการเข้าสู่ตลาดได้

เมื่อธุรกิจเริ่มพร้อม อีกหนึ่งโอกาสที่ตามมาคือการผลักดันสู่เวทีนานาชาติ

สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก การจองพื้นที่แสดงสินค้าในต่างประเทศด้วยตนเองอาจเป็นเรื่องที่ยากเกินเอื้อม แต่ด้วยการสนับสนุนจากอุทยานวิทยาศาสตร์ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรอย่าง สวทช. ทั้งด้านการประสานงาน การจองพื้นที่ และการสนับสนุนงบประมาณ ทำให้บริษัทได้มีโอกาสนำผลิตภัณฑ์ไปนำเสนอแก่คู่ค้าต่างประเทศ

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่คาดไว้

จากการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ บริษัทได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศสหรัฐอเมริกา และต่อยอดสู่โอกาสในการรับผลิตสินค้าแบบ OEM ให้กับตลาดต่างประเทศ

เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นว่า บางครั้งเวทีที่เปลี่ยนอนาคตของธุรกิจ อาจเริ่มต้นจากการที่มีคนช่วย "เปิดประตู" ให้เราได้ก้าวออกไป นวัตกรรมอาจมีต้นทุนสูง แต่คุณค่าคือสิ่งที่ทำให้ผู้คนเลือก

คุณประสิทธิ์ยอมรับว่า การสร้างสินค้านวัตกรรมไม่ใช่เส้นทางที่ง่าย เพราะผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากงานวิจัยมักมีต้นทุนสูงกว่าสินค้าทั่วไป และทำให้ราคาจำหน่ายสูงตามไปด้วย

แต่สิ่งที่เขาเรียนรู้คือ หากผู้ประกอบการสามารถอธิบายคุณค่าของนวัตกรรมให้ผู้บริโภคเข้าใจได้อย่างชัดเจน ลูกค้าก็พร้อมจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คุณภาพมากกว่าการแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว เขายังเชื่อว่า การทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย การต่อยอดงานวิจัย และการเปิดรับการสนับสนุนจากหน่วยงานอย่างอุทยานวิทยาศาสตร์ คือทางลัดที่ช่วยให้ผู้ประกอบการก้าวผ่านอุปสรรคที่อาจใช้เวลาหลายปีในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง 

และเมื่อมีคนถามว่า ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ควรเริ่มต้นอย่างไร

คำตอบของเขาไม่ใช่การบอกให้เริ่มจากเงินทุนหรือแผนธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ แต่คือการเริ่มจากความกล้าที่จะลงมือทำ พร้อมเปิดใจเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายที่พร้อมสนับสนุน เพราะเขาเองก็ยินดีแบ่งปันประสบการณ์และให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการที่อยากต่อยอดงานวิจัยหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมให้ก้าวสู่ตลาดจริง เพราะในวันที่สมุนไพรไทยได้รับการพัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์ วันนั้นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในครัวเรือน แต่สามารถเติบโตเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับบนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิใจ

⛰️ อุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อ. พวกเราพร้อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมออกสู่เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ

#อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

#นิคมวิจัยแห่งแรกของภาคใต้

#PSUSCIENCEPARK 

#SCIENCEPARKสร้างการเติบโตด้วยนวัตกรรม

Share: