ทุกธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคง มักไม่ได้เริ่มจากไอเดียหวือหวา แต่เริ่มจาก “ความเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง”
เรื่องราวของ คุณภาณุ และบริษัท ไมนด์บริดจ์ จำกัด คือหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน หากถูกนำมาต่อยอดอย่างถูกทางสามารถกลายเป็นนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับธุรกิจของผู้ประกอบการไทยได้จริง
1. จุดเริ่มต้นของการสร้างธุรกิจ
เมื่อประสบการณ์ทำงาน กลายเป็นรากฐานของนวัตกรรม เส้นทางของ ไมนด์บริดจ์ เริ่มต้นจากพื้นฐานที่แข็งแรง คุณภาณุจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการตลาด ก่อนต่อยอดองค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์ในระดับปริญญาโทจากประเทศออสเตรเลีย และได้เข้าทำงานกับบริษัทระดับโลกอย่าง DHL ในสายงานบริหารจัดการคลังสินค้าโดยตรง
หน้าที่หลักคือการปรับปรุงกระบวนการทำงานในคลังสินค้า (Warehouse Process Improvement) ด้วยแนวคิด Lean 6 Sigma ซึ่งทำให้เขาได้เห็น “ปัญหาจริง” ในระบบโลจิสติกส์อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ระดับโครงสร้างไปจนถึงการปฏิบัติงานหน้างาน ต่อมา คุณภาณุได้เริ่มทำธุรกิจ Food Service ที่จังหวัดภูเก็ต ให้บริการวัตถุดิบอาหารแก่โรงแรมต่าง ๆ ประสบการณ์นี้ยิ่งทำให้เขาเข้าใจระบบสินค้ากลุ่มของสด การบริหารสต็อก และความซับซ้อนของคลังสินค้าในโลกจริงอย่างลึกซึ้ง
เมื่อประสบการณ์ในสายงานคลังสินค้าสะสมมากว่าเกือบ 20 ปี แนวคิดสำคัญจึงตกผลึกขึ้นมา “ถ้าปัญหาเหล่านี้แก้ได้ด้วยระบบที่ดีขึ้น ทำไมเราไม่สร้างมันขึ้นมาเอง” นั่นคือจุดเริ่มต้นของการ Spin-off องค์ความรู้ ออกมาเป็นซอฟต์แวร์ และก่อตั้งบริษัท ไมนด์บริดจ์ เพื่อให้บริการ Warehouse Management System (WMS) และการให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการคลังสินค้าโดยเฉพาะ ระบบที่ไม่ได้ถูกออกแบบจากห้องประชุมแต่ถูกออกแบบจากประสบการณ์หน้างานจริง
2. จากความท้าทาย สู่การเติบโต บทบาทของอุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อ.
ในการสร้างความเชื่อมั่นให้ธุรกิจใหม่แน่นอนว่าเส้นทางของการเริ่มต้นไม่เคยง่ายในช่วงแรก ไมนด์บริดจ์ ต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญทั้งในฐานะบริษัทใหม่ที่ยังขาดความน่าเชื่อถือ และการที่ผู้ก่อตั้งไม่ได้มาจากสายซอฟต์แวร์โดยตรงและนี่คือจุดที่ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้ามามีบทบาทสำคัญ การเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะ เปรียบเสมือนการมี “นามสกุล ม.อ.”ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทในสายตาของลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ จากสตาร์ทอัพหน้าใหม่ กลายเป็นธุรกิจที่มีสถาบันวิชาการชั้นนำหนุนหลังนอกจากนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อ. ยังช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของระบบ WMS จัดหาที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ มาช่วยวางทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโครงสร้างองค์กร เปิดมุมมองให้เห็นการ “Connect the Dot” กับ SME รายอื่น ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพและการขยายระบบในอนาคต จากระบบที่เริ่มต้นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุดค่อย ๆ พัฒนาไปสู่โซลูชันที่สามารถ สเกลได้จริง และตอบโจทย์ธุรกิจไทยอย่างเป็นระบบ
3. ข้อคิดถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่
บทเรียนจากประสบการณ์จริงของ ไมนด์บริดจ์จากเส้นทางการสร้างธุรกิจ คุณภาณุฝากข้อคิดสำคัญถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไว้ว่าอย่าแค่คิด แต่ต้องลงมือทำโลกธุรกิจวันนี้เปลี่ยนเร็วมาก ไอเดียที่ดีจะไม่มีความหมายเลย ถ้าไม่ได้ถูกนำไปทดลองและพัฒนาให้เกิดขึ้นจริง
มองหาหน่วยงานสนับสนุนให้เจอ การทำธุรกิจคนเดียวในยุคนี้ยากเกินไป การมีพาร์ทเนอร์หรือหน่วยงานอย่างอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ จะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความเร็ว และเปิดโอกาสที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน เลือกใช้เทคโนโลยีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมระบบหรือซอฟต์แวร์ที่ดี ควรช่วยลดงาน manual เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับทักษะของคนในองค์กร เพื่อให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว
เรื่องราวของไมนด์บริดจ์ คือบทพิสูจน์ว่า นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเทคโนโลยีล้ำหน้าเสมอไป แต่อาจเริ่มจาก “ความเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง”และการกล้าลงมือทำในวันที่ยังไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ และเส้นทางนี้…อาจเป็นเส้นทางของคุณเช่นกันหากคุณมีประสบการณ์ มี Pain Point และมีความเชื่อว่าธุรกิจของคุณสามารถดีขึ้นได้อย่าปล่อยให้มันหยุดอยู่แค่ความคิดเพราะนวัตกรรมที่เปลี่ยนธุรกิจไทยในวันพรุ่งนี้อาจเริ่มต้นจากคุณในวันนี้
⛰️ อุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อ. พวกเราพร้อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมออกสู่เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ
#อุทยานวิทยาศาสตร์ขอเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูภาคใต้
#อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
#นิคมวิจัยแห่งแรกของภาคใต้
#PSUSCIENCEPARK
#scienceparkสร้างการเติบโตด้วยนวัตกรรม
ภาษาไทย
English




